วีธีเลือกประกัน รถยนต์ ชั้น 1 ให้คุ้มค่าคุ้มราคา

หากคุณกำลังมองหาประกันรถยนต์ ที่เหมาะสมอยู่ละก็ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะทำประกันแบบไหนดี ที่คุ้มค่าคุ้มราคามากที่สุด คุณลองพิจรณาข้อความด้านล่างดูสิครับแล้วคุณจะพบคำตอบ

ประกันชั้น 1 :คุ้มความแบบครบถ้วนที่สุด โดยจะคุ้มครองในส่วนของ

-ค่าเสียหายทั่งผู้เอาประกันและคุ้มครองคู่กรณี

-คุ้มครองค่าเสียหายของทรัพย์สินในรถผู้เอาประกันและคุ้มครองคู่กรณี

-ในส่วนของค่าพยาบาล ค่ายา ผู้โดยสารผู้เอาประกันและคุ้มครองคู่กรณี

-ไฟไหม้ น้ำท่วม

-การโจรกรรม

ประกันชั้น 1 เหมาะสำหรับ รถยนต์ที่มีผู้ขับขี่มือใหม่,รถใหม่ป้ายแดง,รถยนต์ที่ใช้งานเป็นประจำหรือรถที่ใช้งานหนัก

ประกัน รถยนต์ ชั้น 1 ราคา

แน่นอนว่าประกันภัย รถยนต์นั้น ในทุกวันนี้ถือว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่สร้างความอุ่นใจให้กับเจ้าของรถยนต์ได้อย่างมาก ด้วยจำนวนรถยนต์ต่างๆในเวลานี้มีจำนวนที่มากและมีแนวโน้มที่จะยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อรถยนต์มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้ตามท้องถนนต่างๆมีรถยนต์มากขึ้นด้วยเช่นกัน โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกิดขึ้นจากรถยนต์ก็มีโอกาสมากขึ้นอีกด้วย ดังนั้นการซื้อประกันจึงเป็นความคิดที่ดีสำหรับใครที่มีรถยนต์เป็นของตัวเอง ประกันรถยนต์นั้นมีให้เลือกมากมายหลายแบบตามการใช้งานของเรา และตามอุบัติเหตุที่เราอยากให้ประกันภัยนั้นปกป้องดูแล ถึงแม้ว่าในรถยนต์ทุกคันนั้นจะมี พรบ. คอยดูแลอยู่แล้วก็ตาม แต่ พรบ. ก็ดูแลได้แค่คนเจ็บที่เป็นคู่กรณีของเรา ค่าใช้จ่ายส่วนอื่นนั้นก็ตามแต่ที่เราจะจกลงกับคู่กรณี นับได้ว่าเป็นการดูแลที่น้อยนิดเมื่อเทียบกับอุบัติเหตุอื่นๆเลยเดียว การที่เราจะเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์มาเพิ่มให้กับรถยนต์ของเราจึงเป็นความคิดที่ดี และประกันภัยต่างๆมีดังนี้ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 มีราคาเริ่มต้นที่หมื่นสองขึ้นไปโดยประมาณ จะทำการดูแลคุ้มครองรถยนต์ของเราได้มากที่สุดมีทั้ง รถชน ขีดข่วน กระจกแตก รถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม เคลมได้แม้ไม่มีคู่กรณี(ชนเสาไฟ ชนฟุตบาท) ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ มีราคาเริ่มต้นที่หกพันขึ้นไปโดยประมาณ จะดูแลได้ค่อนข้างครอบคลุมมีทั้ง รถชน รถหาย ไฟไหม้ (กรณีชน ต้องมีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบก จึงสามารถเคลมได้) ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+ มีราคาเริ่มต้นที่ห้าพันขึ้นไปโดยประมาณ จะทำการดูแลเพียงรถชน คู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบกเท่านั้น ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 มีราคาเริ่มต้นเพียงหนึ่งพันบาทขึ้นไปเท่านั้น จะดูแลเพียงรถคู่กรณีและจะไม่ซ่อมรถเรา เราสามารถศึกษาประกันรถยนต์ต่างๆของเราก่อนที่เราจะทำการซื้อประกัน ซึ่งประกันแต่ละชั้นนั้น ย่อมมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันไป และการจ่ายเงินตามอุบัติเหตุต่างๆรวมไปถึงวงเงินความเสียหาย ก็จะต่างกันอีกด้วยถึงแม้ว่าจะเป็นอุบัติเหตุเดียวกันก็ตาม การเลือกซื้อประกันภัยควรเลือกตามความเหมาะสมของเรา ถึงแม้ว่าเราจะมีฝีมือขับรถที่ดีมากแค่ไหนก็ตาม แต่อุบัติเหตุนั้นถ้าเราไม่พลาดพลั้งก็เกิดจากอีกฝ่ายพลาดพลั้ง เราจึงไม่มีทางรู้ได้เลยว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นเมื่อไหร่ เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วเราจะต้องเสียเงินไปกับค่าเสียหายต่างๆมากแค่ไหน สำหรับใครที่ทำประกันชั้น 1 ไว้นั้น ก็คงจะรู้สึกโล่งใจเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นด้วยวงเงินที่สูง ประกอบกับการดูแลทั้งรถเรา รถคู่กรณี รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลต่างๆที่สูง จึงทำให้สบายใจได้เลยว่าเงินหลักหมื่นที่เราจ่ายให้กับประกันไป เราได้กลับมาคุ้มแน่นอน

ประกัน รถยนต์ ชั้น 3 ราคา

ประกันรถยนต์ แน่นอนว่าด้วยวงเงินต่างๆที่ดูแลเราและคู่กรณีเมื่อเกิดอุบัติเหตุที่สูงประกอบกับเงินที่เราจ่ายไปกับค่าประกันเมื่อเทียบกับเงินที่ประกันจ่ายดูแลอุบัติเหตุของเราแล้ว ก็แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ในทุกวันนี้มีรถยนต์ต่างๆที่ใช้อยู่บนท้องถนนจำนวนไม่น้อยและมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในอนาคต ด้วยความที่รถยนต์นั้นเราสามารถดาวน์ออกมาได้ในราคาถูกและผ่อนด้วยดอกเบี้ยที่น้อยนิด จึงทำให้คนนิยมหันมาใช้รถยนต์กันมากขึ้น เมื่อมีรถยนต์บนท้องถนนที่เพิ่มมากขึ้น แน่นอนว่าโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุก็จะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกิดขึ้น ก็คงกระทบกับเงินในกระเป๋าของเราไม่น้อย ดังนั้นการทำประกันก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ดูแลมากกว่าค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอุบัติเหตุ แต่ดูแลรวมไปถึงฐานะทางการเงินของเราไม่ให้ทรุดตัวไปกับค่ารักษาพยาบาลและค่าซ่อมรถยนต์ทั้งสองฝ่าย

ประกันภัย รถยนต์ ที่ไหน ดี

ประกันภัยรถยนต์นั้นทุกที่ล้วนมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป ซึ่งถ้าในบริษัทประกันภัยรถยนต์แรกนั้นมีการจ่ายเงินค่าประกันภัยรถยนต์ที่ถูกเพราะเน้นการดูแลสำหรับคนที่เกิดอุบัติเหตุเล็กๆไม่ใหญ่มาก คนที่เกิดอุบัติเหตุเล็กๆก็จะบอกว่าบริษัทแรกนั้นดี แต่ถ้าใครที่เป็นห่วงเรื่องของเงินต่างๆก็อาจจะเลือกทำประกันที่มีวงเงินที่สูง และแน่นอนประกันภัยรถยนต์ที่มีวงเงินที่สูงหรือทำประกันชั้น 1 นั้นก็ย่อมเสียเงินค่าเบี้ยประกันที่สูงเช่นกัน ดังนั้นเราจึงไม่สามารถบอกได้ว่าประกันภัยรถยนต์ที่ไหนดีกว่ากัน แต่ถึงแม้ว่าจะไม่มีประกันภัยรถยนต์ที่ดีที่สุดแต่เราก็สามารถหาประกันภัยรถยนต์ที่เหมาะกับเราที่สุดได้ สำหรับใครที่เลือกที่จะต่อประกันภัยรถยนต์กับบริษัทที่รถยนต์คันนั้นแถมมาให้ตั้งแต่ซื้อมา นั่นอาจจะหมายถึงการที่เราใช้เงินที่เกินตัวอยู่ ความเสี่ยงที่เราได้เจอนั้น บางครั้งก็เกินความจำเป็นเมื่อเทียบกับประกันที่เราซื้อ และเราอาจจะพลาดประกันที่เหมาะสมกับเราไป ซึ่งเราสามามารถหาดูประกันที่เหมาะกับเราได้ดังนี้ สำรวจความเสี่ยงที่เราต้องเจอ ถ้ารถของใครใช้แก๊สนั้น ก็อาจจะเลือกทำประกันภัยรถยนต์ที่คุ้มครองเมื่อรถเกิดไฟไหม้ และถ้าใครอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ก็สามารถทำประกันที่ดูแลเราแม้ว่าจะเกิดน้ำท่วมรถ พยายามหาแหล่งซ่อมรถของเรา แน่นอนว่าแหล่งที่ว่านั้นก็คงจะเป็นอู่ซ่อมรถหรือเป็นศูนย์ใหญ่ๆตามแหล่งต่างๆ แนะนำว่าให้หาแหล่งที่ใกล้กับที่เราอยู่ เพื่อง่ายต่อการดูแล แหล่งซ่อมรถที่เราเลือกไว้นั้น ต้องทำสัญญากับบริษัทประกันภัยรถยนต์ไว้บ้างแหละ ให้เราทำการศึกษาว่าแหล่งซ่อมรถที่เราหาได้นั้น ได้ทำสัญญากับบริษัทประกันภัยรถยนต์อะไรไว้บ้าง เพื่อเวลาที่รถเราต้องเคลม จะได้นำเข้าแหล่งซ่อมตามข้อตกลงของบริษัท ศึกษาราคาของประกันภัยรถยนต์ตามความต้องการของเรา ใครที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงอุบติเหตุก็สามารถเลือกซื้อประกันที่ดูแลคุ้มครองเราได้อย่างทั่วถึง เพื่อความสบายใจของตัวเราเอง ปรึกษาผู้ที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์ พวกเขาเหล่านั้นย่อมรู้ดีถึงข้อดีข้อเสียของบริษัทประกันภัยรถยนต์ที่ตัวเองทำสัญญาเอาไว้อยู่ เพียงเท่านี้ เราก็จะได้สิ่งที่ดีที่สุดให้กับรถยนต์ของเรา และสิ่งที่เราเลือกนี้ถึงแม้ว่าจะไม่เหมาะสมสำหรับคนอื่น แต่สำหรับรถยนต์ของเราถือว่าเหมาะสมที่สุด เพราะการใช้งานของแต่ละคน ความเสี่ยงของแต่ละคนล้วนแต่ต่างกัน และเรื่องของการเงินก็เช่นกัน ใครที่มีฐานะทางการเงินที่ดีพอสมควรนั้น ก็อาจจะเลือกประกันภัยรถยนต์ที่มีคุณภาพ แต่ถ้าใครที่มีฐานะการเงินปานกลาง ก็อาจจะเลือกทำประกันภัยรถยนต์ที่ไม่ต้องแพงมากก็ได้

ประกันชั้น 1 ราคา

แน่นอนว่าเรื่องของราคาประกันภัยนั้น อาจจะเป็นเงินจำนวนไม่น้อยสำหรับการทำประกันที่มีคุณภาพนั่นก็คือประกันชั้น 1 แต่สิ่งที่เราได้จากประกันชั้น 1 นั้นก็ไม่น้อยอีกเช่นกันเมื่อเทียบกับประกันชั้นอื่นๆ เจ้าของรถยนต์จำนวนไม่น้อยที่อาจจะมองข้ามหรือละเลยการทำประกันภัยให้กับรถยนต์ของตัวเองไป แต่เมื่อใดก็ตามที่มีอุบัติเหตุต่างๆเกิดขึ้นแล้วนั้น เจ้าของรถยนต์เหล่านั้นคงรู้สึกเสียดายไม่น้อยเลยทีเดียวพร้อมกับพูดคำบางคำออกมาว่า “รู้งี้ทำประกันซะก็ดี” แต่สำหรับใครที่ค่อนข้างหวงเงินหน่อยหรืออาจจะฐานะทางการเงินไม่น้อยดีนั้น พวกเขาก็เลือกที่จะทำประกันภัยรถยนต์ให้กับตัวเองในชั้นต่างๆที่เหมาะกับตัวเอง แน่นอนว่าประกันภัยเมื่อมีการต่างชั้น การดูแลคุ้มครองอุบัติเหตุต่างที่เกิดขึ้นก็จะต่างกัน ราคาก็จะต่างกันด้วย เมื่อเกิดอุบัติเหตุกับรถยนต์ตัวเองและอุบัติเหตุนั้นก็ไม่ได้อยู่ในสัญญาข้อตกลงการทำประกัน ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่น่าเสียดาย ราคาของประกันภัยชั้น 1 นั้นถึงแม้ว่าจะเริ่มต้นที่หลักหมื่นก็จริง แต่การคุ้มครองดูแลต่างๆ ทั้งอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณีเช่นชนเสาไฟ อุบัติเหตุรถหาย รถเกิดโดยไฟไหม้ เกิดรอยขีดข่วน กระจกแตก ประกันภัยชั้น 1 ก็พร้อมที่จะดูแลรวมถึงการจ่ายค่าชดเชยค่าเสียหายที่มากอีกด้วย ซึ่งต่างจากประกันภัยชั้นอื่นๆที่ถึงแม้ว่าจะมีการดูแลคุ้มครองอยู่ก็ตาม แต่อุบัติเหตุบางอย่าง ประกันที่เราทำไว้ก็ไม่จ่ายให้เพราะไม่ได้อยู่ในสัญญาที่ได้ตกลงกันไว้ เมื่อเกิดอุบัติเหตุนอกเหนือจากสัญญาประกัน ก็คงต้องตกลงกันเองกับคู่กรณีว่าใครจ่าย ใครที่ต้องการความปลอดภัยทางการเงินก็ควรหันมาที่ประกันภัยชั้น 1 การเกิดอุบัติเหตุในแต่ละครั้ง ความเสียหายที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้งแน่นอนว่าอาจจะเสียเงินมากกว่าที่เราจ่ายให้กับประกันภัยของเรา ยิ่งมีการบาดเจ็บทางร่างกายด้วยแล้วก็ยิ่งเสียมากขึ้นไปอีก รถยนต์ที่เจ้าของทำประกันนั้นจะรู้สึกอุ่นใจและมีความสุขที่จะพูดว่า “เดี๋ยวประกันผมเคลียร์เอง” และยิ่งทำประกันชั้น 1 ด้วยแล้วนั้น แทบอยากจะตะโกนให้คู่กรณีได้ยินชัดๆ แต่สำหรับใครที่ไม่ได้ทำประกันนั้น ก็จะรู้สึกใจหายแน่นอน และยิ่งรถของเราเกิดอุบัติเหตุจนเกินวงเงินที่ประกันของเราดูแลแล้ว เราก็อยากจะเพิ่มขั้นของประกันให้มากขึ้นไปอีก เพื่อที่จะเพิ่มวงเงินและเพิ่มการดูแลให้สูงขึ้น ดังนั้นสำหรับใครที่มองว่าประกันชั้น 1 มีราคาแพงมากเกินไป ก็ควรคิดให้ดีๆก่อนเพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เงินจำนวนหลักหมื่นที่เราจ่ายให้ประกันจะเป็นเงินจำนวนน้อยนิดเมื่อเทียบกับเงินที่เราต้องจ่ายเพื่อซ่อมรถ รักษาพยาบาลและค่าอื่นๆ

ต่อทะเบียนรถยนต์

ต่อทะเบียนรถยนต์ การต่อทะเบียนรถยนต์ นับได้ว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่กฎหมายได้บังคับให้ต้องทำการต่อทะเบียนรถยนต์ ถ้าใครหลีกเลี่ยงหรือเลือกที่จะไม่จ่ายนั้น แน่นอนว่าย่อมไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน การต่อทะเบียนรถยนต์นี้ถึงแม้ว่าจะสามารถทำการต่อล่วงหน้าได้ถึง 3 เดือนก็จริง แต่เราก็ไม่ควรที่จะต่อหลังจากวันหมดอายุหรือวันกำหนดในการต่อทะเบียน เมื่อใดก็ตามที่เราต่อไม่ทันในช่วงเวลาที่กำหนด เราเตรียมตัวเสียเงินกับค่าปรับได้เลย และการเสียค่าปรับนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าเรามาต่อทะเบียนรถยนต์ช้าแค่ไหน ยิ่งหลายเดือนก็ยิ่งจ่ายแพง และหากเราค้างการต่อทะเบียนนานถึง 3 เดือน รถยนต์คันนั้นจะไม่สามารถใช้งานได้ ไม่ได้หมายถึงว่ารถยนต์ของเราจะพัง แต่เป็นเพราะทะเบียนถูกระงับการใช้งานกลายเป็นรถยนต์ไม่มีทะเบียน และถ้าหากเราจะทำการต่อทะเบียนให้กับทะเบียนที่ถูกระงับการใช้งาน เราก็คงจะจ่ายค่าปรับเป็นเงินจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งการต่อทะเบียนนั้นไม่ใช่เรื่องยากและสำหรับมือใหม่หัดต่อทะเบียนรถยนต์สิ่งที่เราต้องเตรียมมีดังนี้ เตรียมเอกสารให้พร้อม ได้แก่ สำเนาสมุดทะเบียนรถ หลักฐานการทำ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถที่ยังไม่หมดอายุ คำนวณเงินที่ต้องจ่าย จะมากหรือจะน้อยนั้นขึ้นอยู่กับประเภทรถ รุ่นรถ ขนาดเครื่องยนต์ (ซีซี) น้ำหนักรถ หรืออายุรถ การขอใบตรวจสภาพรถ (ตรอ.) กรณีที่รถมีอายุการใช้งานเกิน7 ปี เลือกช่องทางเราต่อทะเบียนรถสะดวกที่สุดได้แก่ เสียภาษีรถแบบทั่วไทยได้ทุกสำนักงาน                                          ที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศ                                                                                                                        ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)                                                                                           ห้างสรรพสินค้า ( Shop Thru for Tax )                                                                                                             บริการรับชำระภาษี แบบเลื่อนล้อต่อภาษี ( Drive Thru for Tax )                                                                        เคาน์เตอร์เซอร์วิส (Counter Service) เราจะเห็นได้ว่า การต่อทะเบียนรถยนต์นั้นไม่จำเป็นที่ต้องใช้เอกสารที่เยอะวุ่นวาย ประกอบกับสถานที่ต่างๆที่เราสามารถต่อทะเบียนรถของเราเป็นเรื่องที่ง่ายดาย การขาดการต่อทะเบียนรถยนต์ด้วยข้ออ้างต่างๆที่ว่า ไม่รู้ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างหรือไม่ก็ไม่รู้ว่าจะสามารถทำการต่อทะเบียนรถยนต์ได้ที่ไหน แต่ถึงอย่างไรก็ตามการต่อทะเบียนรถยนต์นั้นเป็นสิ่งที่เราควรทำให้กับรถยนต์ของเราทุกคัน และถ้ารถยนต์คันใดที่เราไม่ใช้แล้วเราก็สามารถทำเรื่องยกเลิกการใช้งานรถยนต์คันนั้นได้ เราจะได้ไม่ต้องเสียเงินไปกับการต่อทะเบียนรถยนต์ประจำปี ดังนั้นการต่อทะเบียนจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในแต่ละปี […]

การต่อทะเบียนรถ

      แน่นอนว่าการต่อทะเบียนรถนั้นเป็นสิ่งที่กฎหมายได้กำหนดไว้ให้เราต้องทำการต่อทะเบียนกันปีต่อปี ซึ่งเราสามารถทำล่วงหน้าได้ไม่เกิน 3 เดือน หากทำการต่อทะเบียนรถช้าเราต้องทำการเสียค่าปรับเป็นรายเดือน และถ้าเราไม่ได้ทำการต่อทะเบียนรถครบ 3 ปีเมื่อไหร่ กรมขนส่งทางบกจะทำการระงับทะเบียนรถคันนั้นทันที แต่ถ้าเกิดเราเปลี่ยนใจนำรถของเราไปต่อทะเบียนหลังจากโดนกรมขนส่งระงับแล้ว เราต้องจ่ายเงินค่าปรับที่เยอะมาก สิ่งที่สำคัญในการต่อทะเบียนนั้นคือรถทุกคันเสียค่าต่อทะเบียนที่ไม่เท่ากัน การต่อทะเบียนจะใช้เงินมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับประเภทรถ รุ่นรถ   ขนาดเครื่องยนต์ (ซีซี) น้ำหนักรถ หรืออายุรถ และรถที่เราต้องทำการต่อทะเบียนทุกปีมีดังนี้ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รย.1) รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน (รย.2) รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (รย.3) รถจักรยานยนต์ (รย.12) รถแทรกเตอร์ (รย.13) รถบดถนน (รย.14) รถพ่วง (รย.16) แน่นอนว่าถ้าหากมีใครสักคนจะบอกว่าไม่สามารถไปยังกรมขนส่งเพื่อที่จะทำการต่อทะเบียนได้จึงต่อค้างการต่อทะเบียนเอาไว้ สิ่งหนึ่งที่เราควรรู้ไว้คือ การ ต่อทะเบียนนั้นไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะหาสถานที่ในการต่อทะเบียน ในทุกวันนี้กรมขนส่งอำนวยความสะดวกให้เราเป็นอย่างมากในการต่อทะเบียนรถ เพื่อความสะดวกของคนใช้รถต่างๆและเราสามารถทำการต่อทะเบียนรถได้หลากหลายช่องทางดังนี้ 1.กรมขนส่งทางบกทุกสำนักงาน ซึ่งเราสามารถนำรถของเราไปต่อทะเบียนได้ทุกที่โดยไม่ต้องคำนึงถึงจังหวัดที่เราจดทะเบียน ที่ทำการไปรษณีย์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ห้างสรรพสินค้าที่เข้าร่วมโครงการ “ช้อปให้พอ แล้วต่อภาษี (Shop Thru for Tax)” […]

ซื้อประกันรถยนต์ที่ไหนดี

    ซื้อประกันรถยนต์ที่ไหนดี ประกันรถยนต์นั้น แน่นอนว่าสิ่งหนึ่งที่ผู้ซื้อต้องการคือความสะดวกสบายที่จะได้รับหลังจากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น การเลือกซื้อประกันรถยนต์นี้ ถ้าเราไม่ศึกษาข้อมูลต่างๆให้ดีเสียก่อน เราอาจจะเสียเปรียบกับบริษัทประกันหรือเรา อาจจะไม่ได้รับความสะดวกสบายหลังจากที่นำรถเข้าอู่ซ่อมรถเท่าที่ควร บางครั้งรถยนต์ที่เราซื้อมาใหม่ๆนั้นก็อาจจะแถมประกันด้วยแต่เมื่อใดก็ตาม ที่หมดประกันแล้ว เราก็สามารถหาดูประกันรถยนต์จากบริษัทอื่นๆตามความต้องการของตัวเองได้โดย ที่เราไม่จำเป็นต้องยึดติดอยู่แค่บริษัทใดบริษัทหนึ่งที่แถมมาในตอนที่เรา ซื้อรถยนต์ และเมื่อถึงเวลาที่เราต้องเลือกบริษัทประกันรถยนต์แล้ว หลายคนอาจจะรู้สึกกลัวที่ต้องหาซื้อด้วยตัวเองเพราะไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อกับ บริษัทไหน และความกลัวเหล่านี้ก็อาจจะทำให้เราตัดสินใจเลือกซื้อประกันกับบริษัทเดิม ที่เราได้ประกันมา อาจจะทำให้เราพลาดกับประกันคุณภาพดีที่เหมาะกับเราไป ซึ่งหลักการดูประกันภัยรถยนต์ก่อนที่เราจะทำการซื้อคร่าวๆมีดังนี้   ทำการหาอู่ซ่อมรถหรือศูนย์ซ่อมรถที่มีฝีมือที่เราถูกใจไว้ โดยที่มีความสะดวกในการดูแลรถของเราและที่สำคัญฝีมืออู่ซ่อมรถยนต์ที่เราต้องตาไว้หรือศูนย์ซ่อมรถที่เราหมายตาไว้ ต้องมีคุณภาพมากพอที่เราจะไว้วางใจในการฝากให้ดูแล ทำการศึกษาว่าอู่ซ่อมรถหรือศูนย์ซ่อมรถที่เราเลือกไว้นั้น ได้ทำสัญญากับบริษัทประกันภัยอะไรไว้บ้าง ทำการศึกษาเกี่ยวกับบริษัทประกันภัยต่างๆว่ามีความน่าเชื่อมากน้อยแค่ไหน มีวงเงินที่เหมาะสมกับราคาหรือเปล่า ตรวจสอบหรือขอการเสนอราคากับตัวแทนจำหน่ายประกันของบริษัทนั้นควรตรวจสอบราคาจากหลายๆบริษัทก่อนทำการตัดสินใจ ทำการเลือกประกันภัยตามราคาที่เหมาะสม และตรงกับความเสี่ยงของเรา   บางครั้งของถูกก็ไม่ถือว่าดีที่สุดเสมอไป ประกันก็เช่นกัน ถึงแม้ว่าจะเป็นประกันชั้นเดียวกันแต่ต่างกันที่ชื่อของบริษัทที่จะทำประกัน บริษัทที่มีราคาประกันภัยรถยนต์ถูกที่สุดก็ไม่ได้หมายความว่าจะดีที่สุด และ บริษัทที่มีราคาประกันแพงที่สุดก็ไม่ได้หมายความว่าจะดีที่สุดเช่นกัน และในบางครั้งเราอาจจะได้สายโทรศัพท์จากบริษัทประกันภัยที่โทรเข้ามา แล้วพร้อมที่จะพูดด้วยภาษาที่มีความน่าเชื่อถือให้เราคล้อยตามไปทำประกันภัย รถยนต์ แน่นอนว่าเราไม่ควรที่จะคล้อยตามคำพูดเหล่านั้น สำหรับคุณผู้ชายไม่ค่อยน่าห่วงแน่นอน แต่ที่น่าห่วงคือคุณผู้หญิง ดังนั้นก่อนทำประกันจึงควรศึกษาเกี่ยวกับบริษัทประกันให้ดีและควรถามคนที่ซื้อประกันอยู่ก่อนแล้วเพื่อการตัดสินใจที่ดีขึ้น

การต่อภาษีรถยนต์

  การต่อภาษีรถยนต์ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า การต่อทะเบียนรถยนต์ และถึงแม้ว่าจะชื่อว่ารถยนต์แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นรถยนต์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น รถจักรยานยนต์ก็เช่นกัน การต่อภาษีรถยนต์นั้นเราต้องทำการต่อทะเบียนทุกปี และเรานั้นสามารถทำการต่อทะเบียนล่วงหน้าได้ถึง 3 เดือนเลยทีเดียว ซึ่งการที่กรมขนส่งทางบกให้เราทำการต่อภาษีรถยนต์ได้ถึง 3 เดือนนั้น เพราะอำนวยความสะดวกเรื่องเวลาให้กับเราเผื่อใครไม่ว่างช่วงเวลาที่รถยนต์ของเราหมดทะเบียนหรือการต่อภาษี อย่างไรก็ตามการต่อภาษีรถยนต์แต่ละคันนั้น จะเสียมากหรือเสียน้อยก็ล้วนแต่ต่างกันตามองค์ประกอบต่างๆของรถยนต์ ได้แก่ ประเภทรถ รุ่นรถ ขนาดเครื่องยนต์ (ซีซี) น้ำหนักรถ หรืออายุรถ ส่วนสำหรับใครที่ลืมว่าต้องไปต่อภาษีรถยนต์นั้นแน่นอนว่าต้องเจอค่าปรับ และข้อควรรู้เมื่อเราไม่ได้ไปต่อภาษีรถยนต์มีดังนี้ 1.เสียค่าปรับเป็น 1% ต่อเดือนของค่าต่อทะเบียน แน่นอนว่ายิ่งเราค้างไว้หลายเดือน เงินค่าปรับที่เราต้องเสียก็จะเยอะขึ้น 2.รถยนต์ของเราจะถูกระงับการใช้งานทันที เมื่อเราขาดการเสียภาษีรถยนต์เกิน 3 ปี และถ้าหากเราต้องการต่อทะเบียนรถยนต์คันนั้นใหม่ เราต้องทำการเสียค่าปรับย้อนหลัง 3 ปีด้วยเช่นกัน 3.เราจะถูกปรับ ซึ่งถ้ารถยนต์ของเราขาดการต่อทะเบียนและ พรบ จะถูกปรับ 20,000 บาท รถไม่มี พ.ร.บ. มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ใช้รถไม่จดทะเบียนมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ใช้รถที่ไม่แสดงเครื่องหมายเสียภาษีมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท […]